สถานที่ที่ 1 วนอุทยานโกสัมพี
มีเนื้อที่ 125 ไร่ มีลักษณะเป็นสวนป่ามีต้นไม้หลายชนิด เช่น ต้นยางขนาดใหญ่ ต้นตะแบก และยังมีลิงแสมฝูงใหญ่จำนวนหลายพันตัว มีลิงแสมขนสีทอง ซึ่งเป็นพันธุ์ที่หายาก ไม่ดุร้าย วนอุทยานโกสัมพีมีสิ่งที่น่าสนใจคือแก่งตาด ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม น้ำจะตื้นเขินมองเห็นหินดาน และยังมีลานข่อย ซึ่งมีต้อนข่อยกว่า 200 ต้น ตกแต่ง ดัดแปลงเนไม้แคระตกแต่งเป็นรูปต่างๆ
สถานที่ที่ 2 พระธาตุนาดูน
พุทธมณฑลแห่งอีสาน ตั้งอยู่ที่บ้านนาดูน เขตอำเภอนาดูน เป็นเขตที่มีการขุดพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต เพราะบริเวณนี้ได้เคยเป็นที่ตั้งของนครจำปาศรีมาก่อน โบราณวัตถุต่างๆ ที่ค้นพบได้นำไปแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดขอนแก่น และที่สำคัญยิ่งก็คือการขุดพบสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในตลับทองคำ เงิน และสำริด ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 13-15 สมัยทวาราวดี รัฐบาลจึงอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างพระธาตุนาดูนขึ้นในเนื้อที่ 902 ไร่ โดยบริเวณรอบๆ จะมีพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม สวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ซึ่งตกแต่งให้เป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา
การเดินทางจากตัวเมืองมหาสารคาม โดยใช้เส้นทางหมายเลข 2040 ผ่านอำเภอแกดำ อำเภอวาปีปทุม แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2045 ถึงอำเภอนาดูน ทางลาดยางตลอด ห่างจากตัวเมืองประมาณ 65 กิโลเมตร
สถานที่ที่ 3 อ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจาน
แก่งเลิงจาน เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ภายในบริเวณเป็นที่ตั้งของสถานีประมง ทำการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดให้หลายจังหวัดในภาคอีสาน อยู่ด้านหลังของสถาบันราชภัฏมหาสารคาม ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร บริเวณโดยรอบของแก่งเลิงจานมีทิวทัศน์สวยงาม ในวันหยุดประชาชนนิยมไปพักผ่อนกันมาก
สถานที่ตั้ง: แก่งเลิงจาน อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม
สถานที่ที่ 4 พระพุทธมงคล พระพุทธมิ่งเมือง
พระพุทธรูปยืนมงคล
เป็นพระพุทธรูปสมัยทวารวดีสร้างขึ้นด้วยหินทรายแดง เหมือนพระพุทธรูปมิ่งเมือง พระพุทธรูปทั้งสององค์นี้สร้างขึ้นในเวลาเดียวกันคือ เมื่ออำเภอกันทรวิชัยฝนแล้ง ผู้ชายสร้างพระพุทธรูปมิ่งเมือง ผู้หญิงสร้างพระพุทธรูปยืนมงคล เสร็จพร้อมกันแล้วทำการฉลองยางมโหฬาร ปรากฏว่าตั้งแต่ได้สร้างพระพุทธรูปทั้งสองค์แล้วฝนก็ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์แก่ท้องที่นี้เป็นอันมากพระพุทธรูปยืนมงคล
พระพุทธรูปยืนมงคลตั้งอยู่ที่ วัดพุทธมงคล ตำบลคันธารราษฎร์ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคามห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๔ กิโลเมตร
สถานที่ที่ 5 หาดวังโก
เป็นหาดทรายที่เกิดจากตะกอนทรายทับถมตามธรรมชาติเป็นแนวโค้งของแม่น้ำชี ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร มีเครื่องเล่นต่าง ๆ เช่น บานานาโบต โดนัสสกี รวมทั้งร้านอาหาร เก้าอี้ผ้าใบและร่มไว้บริการ เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.
ที่อยู่ ตำบลหัวขวาง ห่างจากวนอุทยานโกสัมพีไป 100 เมตร อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม
สถานที่ที่ 6 พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น วัดมหาชัย
ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๐๘ โดยพระเจริญราชเดช (กวด) เจ้าเมืองมหาสารคามคนแรก ตั้งแต่ในทศวรรษ ๒๕๐๐ ครั้งที่พระอริยานุวัตร เขมจารี (๒๔๔๘ - ๒๕๓๔) เป็นเจ้าอาวาสลำดับที่ ๑๙ ได้เริ่มมีการรวบรวมโบราณวัตถุต่างๆ มาเก็บรักษาไว้ที่วัด ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๑๙ จึงก่อตั้งเป็นศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่นขึ้นก่อน และกลายเป็นพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ เป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ ชั้นบน จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาสมัยต่างๆ ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมของปราสาทหิน ตลอดจนซากสัตว์ต่างๆ ส่วนชั้นล่าง เก็บตู้พระธรรม หีบพระธรรม และคัมภีร์ใบลานจำนวนมาก โบราณวัตถุชิ้นสำคัญภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ได้แก่ประติมากรรมหิน ซึ่งบางท่านเชื่อว่าเป็นรูปพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา ซึ่งเดิมอยู่ที่กู่บ้านเขวา (กู่คูมหาธาตุ) และเมื่อจะมีงานสรงกู่ก็ยังต้องมาอัญเชิญกลับไปประกอบพิธีทุกปี
ทางวัดมหาชัยยังมีโบราณวัตถุจัดเก็บอยู่ในอาคารชั่วคราวอีกสองหลัง หลังหนึ่งใช้เก็บเครื่องไม้แกะสลักของอีสานโบราณ เช่น ธรรมาสน์ บานประตู หน้าต่าง ส่วนอีกหลังหนึ่ง เก็บโบราณวัตถุที่เป็นหิน เช่น ใบเสมา ฐานรูปเคารพ และศิวลึงค์ ส่วนบรรดาใบเสมาที่ไม่มีภาพสลัก หรือชิ้นส่วนฐาน เสาที่เป็นหินสลักขนาดใหญ่ก็จะนำไปจัดวางไว้ทั่วไปในบริเวณวัดโดยรอบ
สถานที่ที่ 7 กู่สันตรัตน์
กู่สันตรัตน์ตั้งอยู่ที่ตำบลกู่สันตรัตน์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอนาดูน ไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 4 กิโลเมตร สร้างด้วยศิลาแลงเป็นศิลปะขอมแบบ บายน มีรูปลักษณะปราสาทหินที่มีปรางค์ประธานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัตมีมุขด้านหน้ายื่นไปทางทิศตะวันออก มีบรรณาลัยซึ่งเป็นที่เก็บคัมภีร์ทางศาสนาตั้งอยู่ทางทิศตะวันนออกเฉียงใต้หันหน้าเข้าหาปรางค์ประธาน อาคารทั้ง 2 ล้อมด้วยกำแพงศิลาแลงซึ่งสร้างยังไม่เสร็จเรียบร้อยอีกชั้นหนึ่ง กู่สันตรัตน์สร้างขึ้นมาด้วยมีวัตถุประสงค์เพื่อประดิษฐานรูปเคารพสำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และเป็นโรคยาศาล คือเป็นที่พักรักษาพยาบาลคนเจ็บป่วยอีกด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเคยเสด็จทอดพระเนตร และทรงเยี่ยมราษฎรที่กู่สันตรัตน์แห่งนี้เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2514
สถานที่ที่ 8 อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย
อุทยานมัจฉา ตั้งอยู่บ้านโขงกุดหวาย หมู่ที่ 7 ตำบลเกิ้ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม หางจากเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม 6 กิโลเมตร ตามเส้นทางมหาสารคาม มุกดาหารบริเวณอุทยานตั้งอยู่ในกุดหวาย คาว่ากุด หมายถึงทางน้ำทีแม่น้ำเปลี่ยนทางเดินเป็นเวลานาน บริเวณกุดหวายทีว่านี้ เดิมต้นหวายเกิดล้อมรอบ สวนตรงเนินกลางกุดมีหญ้าคา หญ้าแฝกงอกงามมากตรงบริเวณหัวคุ้งน้ำ พระครูพิทักษ์โกสุมพิสัย (ญาครูโม่ง) เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรีได้ไปตั้งสำนักสงฆ์เพื่อเป็นสวนหญ้า สำหรับเกี่ยวมามุงศาสนสถานในสมัยโบราณ ปัจจุบันบริเวณนี้ชาวบ้านได้ตั้งเป็นวัดชื่อ พิทักษ์สามัคคีโพธิ์ศรี 2
สถานที่ที่ 9 พิพิธภัณฑ์บ้านเชียงเหียน
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปรียบเสมือนเป็นอนุสรณ์
แสดงให้เห็นความทุ่มเทและเสียสละของอาจารย์ "บุญหมั่น คำสะอาด"
ในการสร้างสรรค์และจรรโลงคุณค่าของศิลปะวัฒนธรรมในบ้านเกิดของตนเอง
ให้กับลูกหลานพร้อมประชาชนที่ได้แวะเวียนเข้ามาได้รับรู้ โดยใช้เวลาสะสมวัตถุต่างๆ
ยาวนานกว่า 50 ปี จัดแสดงไว้บริเวณชั้นบนของพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับ
เครื่องมือเครื่องใช้ของชาวอีสานสมัยประวัติศาสตร์บ้านเชียงเหียน
และวัตถุโบราณอื่น ๆ เช่น กะโหลก เขาควาย
ส่วนชั้นล่างจัดเแสดงผลงานศิลปะของอาจารย์บุญหมั่น คำสะอาด
นอกจากนั้นยังมีผลงานของศิลปินและนักศึกษา
ที่หมุนเวียนกันมาจัดแสดงงานด้านแขนงต่างๆ ตลอดทั้งปี
ที่ตั้ง 1 หมู่ 1 บ้านเชียงเหียน ต.เขวา อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม
สถานที่ที่ 10 บึงบอน
บึงบอน ตั้งอยู่ที่ ตำบลหัวขวาง ซึ่งอยู่ถัดจากวนอุทยานโกสัมพีไปประมาณ
100 เมตร บึงบอนเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ 120
ไร่ และมีถนนรอบบึงซึ่งได้รับงบพัฒนาฯ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
โดยมีความกว้าง 5 เมตร ยาว 2,689 เมตร
นับว่าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอีกแห่งหนึ่ง บึงบอนเหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดนอกจากนี้ยังเหมาะแก่การเดินหรือวิ่งออกกำลังกายในยามเช้าและยามเย็น
สำหรับผู้ที่รักในการปั่นจักรยานก็สามารถนำจักรยานเข้ามาปั่นออกกำลังกายได้ทั้งในช่วงเวลาเช้าและเวลาเย็น
บึงบอนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวทั้งปีเพราะเป็นสถานที่ที่มีอากาศดีและร่มรื่นเป็นอย่างมาก
ตลอดสองข้างทางนักท่องเที่ยวจะได้พบกับต้นไม้น้อยใหญ่มากมาย
อีกทั้งนักท่องเที่ยวจะได้ชมภาพสะท้อนของต้นไม้บนผิวน้ำในยามเย็นนับว่าเป็นภาพที่สวยงามมาก
เมื่อออกไปในบึงที่มีขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตา บึงบอนจัดว่าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญของอำเภอโกสุมพิสัย
จังหวัดมหาสารคาม เป็นสถานที่ที่ครอบครัวจะใช้เวลาร่วมกันพักผ่อน
รวมทั้งเป็นสถานที่สำหรับเด็กๆวิ่งเล่นอย่างปลอดภัย
บึงบอนเปรียบเหมือนปอดของชาวโกสุมพิสัย เนื่องมาจากบรรยากาศที่ร่มรื่น
เหมาะสำหรับการสูดอากาศบริสุทธิ์จากต้นไม้น้อยใหญ่มากมาย
ฉะนั้นหากนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสผ่านไปมาบริเวณอำเภอโกสุมพิสัยจึงไม่ควรพลาดที่จะแวะพักที่บึงบอน
ถ่ายรูปเก็บความประทับใจกับบรรยากาศที่สวยงามและร่มรื่นของบึงบอนไว้













ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น