วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559

สถานที่ที่เคยไปเที่ยวในจังหวัดมหาสารคาม

วันนี้เราจะมาแนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดมหาสารคาม



สถานที่ที่ 1 วนอุทยานโกสัมพี




          มีเนื้อที่ 125 ไร่ มีลักษณะเป็นสวนป่ามีต้นไม้หลายชนิด เช่น ต้นยางขนาดใหญ่ ต้นตะแบก และยังมีลิงแสมฝูงใหญ่จำนวนหลายพันตัว มีลิงแสมขนสีทอง ซึ่งเป็นพันธุ์ที่หายาก ไม่ดุร้าย วนอุทยานโกสัมพีมีสิ่งที่น่าสนใจคือแก่งตาด ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม น้ำจะตื้นเขินมองเห็นหินดาน และยังมีลานข่อย ซึ่งมีต้อนข่อยกว่า 200 ต้น ตกแต่ง ดัดแปลงเนไม้แคระตกแต่งเป็นรูปต่างๆ




สถานที่ที่ 2 พระธาตุนาดูน



          พุทธมณฑลแห่งอีสาน ตั้งอยู่ที่บ้านนาดูน เขตอำเภอนาดูน เป็นเขตที่มีการขุดพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต เพราะบริเวณนี้ได้เคยเป็นที่ตั้งของนครจำปาศรีมาก่อน โบราณวัตถุต่างๆ ที่ค้นพบได้นำไปแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดขอนแก่น และที่สำคัญยิ่งก็คือการขุดพบสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในตลับทองคำ เงิน และสำริด ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 13-15 สมัยทวาราวดี รัฐบาลจึงอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างพระธาตุนาดูนขึ้นในเนื้อที่ 902 ไร่ โดยบริเวณรอบๆ จะมีพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม สวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ซึ่งตกแต่งให้เป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา
          การเดินทางจากตัวเมืองมหาสารคาม โดยใช้เส้นทางหมายเลข 2040 ผ่านอำเภอแกดำ อำเภอวาปีปทุม แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2045 ถึงอำเภอนาดูน ทางลาดยางตลอด ห่างจากตัวเมืองประมาณ 65 กิโลเมตร


สถานที่ที่ 3 อ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจาน



          แก่งเลิงจาน เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ภายในบริเวณเป็นที่ตั้งของสถานีประมง ทำการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดให้หลายจังหวัดในภาคอีสาน อยู่ด้านหลังของสถาบันราชภัฏมหาสารคาม ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร บริเวณโดยรอบของแก่งเลิงจานมีทิวทัศน์สวยงาม ในวันหยุดประชาชนนิยมไปพักผ่อนกันมาก

          สถานที่ตั้ง: แก่งเลิงจาน อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม



สถานที่ที่ 4 พระพุทธมงคล พระพุทธมิ่งเมือง




พระพุทธรูปยืนมงคล
      เป็นพระพุทธรูปสมัยทวารวดีสร้างขึ้นด้วยหินทรายแดง เหมือนพระพุทธรูปมิ่งเมือง พระพุทธรูปทั้งสององค์นี้สร้างขึ้นในเวลาเดียวกันคือ เมื่ออำเภอกันทรวิชัยฝนแล้ง ผู้ชายสร้างพระพุทธรูปมิ่งเมือง ผู้หญิงสร้างพระพุทธรูปยืนมงคล เสร็จพร้อมกันแล้วทำการฉลองยางมโหฬาร ปรากฏว่าตั้งแต่ได้สร้างพระพุทธรูปทั้งสองค์แล้วฝนก็ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์แก่ท้องที่นี้เป็นอันมากพระพุทธรูปยืนมงคล
      พระพุทธรูปยืนมงคลตั้งอยู่ที่ วัดพุทธมงคล ตำบลคันธารราษฎร์ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคามห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๔ กิโลเมตร    



สถานที่ที่ 5 หาดวังโก



          เป็นหาดทรายที่เกิดจากตะกอนทรายทับถมตามธรรมชาติเป็นแนวโค้งของแม่น้ำชี ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร มีเครื่องเล่นต่าง ๆ เช่น บานานาโบต โดนัสสกี รวมทั้งร้านอาหาร เก้าอี้ผ้าใบและร่มไว้บริการ เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.

          ที่อยู่ ตำบลหัวขวาง ห่างจากวนอุทยานโกสัมพีไป 100 เมตร อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม



สถานที่ที่ 6 พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น วัดมหาชัย





          ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๐๘ โดยพระเจริญราชเดช (กวด) เจ้าเมืองมหาสารคามคนแรก ตั้งแต่ในทศวรรษ ๒๕๐๐ ครั้งที่พระอริยานุวัตร เขมจารี (๒๔๔๘ - ๒๕๓๔) เป็นเจ้าอาวาสลำดับที่ ๑๙ ได้เริ่มมีการรวบรวมโบราณวัตถุต่างๆ มาเก็บรักษาไว้ที่วัด ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๑๙ จึงก่อตั้งเป็นศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่นขึ้นก่อน และกลายเป็นพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

          ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ เป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ ชั้นบน จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาสมัยต่างๆ ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมของปราสาทหิน ตลอดจนซากสัตว์ต่างๆ ส่วนชั้นล่าง เก็บตู้พระธรรม หีบพระธรรม และคัมภีร์ใบลานจำนวนมาก โบราณวัตถุชิ้นสำคัญภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ได้แก่ประติมากรรมหิน ซึ่งบางท่านเชื่อว่าเป็นรูปพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา ซึ่งเดิมอยู่ที่กู่บ้านเขวา (กู่คูมหาธาตุ) และเมื่อจะมีงานสรงกู่ก็ยังต้องมาอัญเชิญกลับไปประกอบพิธีทุกปี

            ทางวัดมหาชัยยังมีโบราณวัตถุจัดเก็บอยู่ในอาคารชั่วคราวอีกสองหลัง หลังหนึ่งใช้เก็บเครื่องไม้แกะสลักของอีสานโบราณ เช่น ธรรมาสน์ บานประตู หน้าต่าง ส่วนอีกหลังหนึ่ง เก็บโบราณวัตถุที่เป็นหิน เช่น ใบเสมา ฐานรูปเคารพ และศิวลึงค์ ส่วนบรรดาใบเสมาที่ไม่มีภาพสลัก หรือชิ้นส่วนฐาน เสาที่เป็นหินสลักขนาดใหญ่ก็จะนำไปจัดวางไว้ทั่วไปในบริเวณวัดโดยรอบ



สถานที่ที่ 7 กู่สันตรัตน์



           กู่สันตรัตน์ตั้งอยู่ที่ตำบลกู่สันตรัตน์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอนาดูน  ไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 4 กิโลเมตร สร้างด้วยศิลาแลงเป็นศิลปะขอมแบบ บายน มีรูปลักษณะปราสาทหินที่มีปรางค์ประธานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัตมีมุขด้านหน้ายื่นไปทางทิศตะวันออก  มีบรรณาลัยซึ่งเป็นที่เก็บคัมภีร์ทางศาสนาตั้งอยู่ทางทิศตะวันนออกเฉียงใต้หันหน้าเข้าหาปรางค์ประธาน อาคารทั้ง 2 ล้อมด้วยกำแพงศิลาแลงซึ่งสร้างยังไม่เสร็จเรียบร้อยอีกชั้นหนึ่ง กู่สันตรัตน์สร้างขึ้นมาด้วยมีวัตถุประสงค์เพื่อประดิษฐานรูปเคารพสำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และเป็นโรคยาศาล คือเป็นที่พักรักษาพยาบาลคนเจ็บป่วยอีกด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเคยเสด็จทอดพระเนตร และทรงเยี่ยมราษฎรที่กู่สันตรัตน์แห่งนี้เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2514



สถานที่ที่ 8 อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย



          อุทยานมัจฉา ตั้งอยู่บ้านโขงกุดหวาย หมู่ที่ 7 ตำบลเกิ้ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม หางจากเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม 6 กิโลเมตร ตามเส้นทางมหาสารคาม มุกดาหารบริเวณอุทยานตั้งอยู่ในกุดหวาย คาว่ากุด หมายถึงทางน้ำทีแม่น้ำเปลี่ยนทางเดินเป็นเวลานาน บริเวณกุดหวายทีว่านี้ เดิมต้นหวายเกิดล้อมรอบ สวนตรงเนินกลางกุดมีหญ้าคา หญ้าแฝกงอกงามมากตรงบริเวณหัวคุ้งน้ำ พระครูพิทักษ์โกสุมพิสัย (ญาครูโม่ง) เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรีได้ไปตั้งสำนักสงฆ์เพื่อเป็นสวนหญ้า สำหรับเกี่ยวมามุงศาสนสถานในสมัยโบราณ ปัจจุบันบริเวณนี้ชาวบ้านได้ตั้งเป็นวัดชื่อ พิทักษ์สามัคคีโพธิ์ศรี 2



สถานที่ที่ 9 พิพิธภัณฑ์บ้านเชียงเหียน




        พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปรียบเสมือนเป็นอนุสรณ์ แสดงให้เห็นความทุ่มเทและเสียสละของอาจารย์ "บุญหมั่น คำสะอาด" ในการสร้างสรรค์และจรรโลงคุณค่าของศิลปะวัฒนธรรมในบ้านเกิดของตนเอง ให้กับลูกหลานพร้อมประชาชนที่ได้แวะเวียนเข้ามาได้รับรู้ โดยใช้เวลาสะสมวัตถุต่างๆ ยาวนานกว่า 50 ปี จัดแสดงไว้บริเวณชั้นบนของพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับ เครื่องมือเครื่องใช้ของชาวอีสานสมัยประวัติศาสตร์บ้านเชียงเหียน และวัตถุโบราณอื่น ๆ เช่น กะโหลก เขาควาย ส่วนชั้นล่างจัดเแสดงผลงานศิลปะของอาจารย์บุญหมั่น คำสะอาด นอกจากนั้นยังมีผลงานของศิลปินและนักศึกษา ที่หมุนเวียนกันมาจัดแสดงงานด้านแขนงต่างๆ ตลอดทั้งปี
          ที่ตั้ง 1 หมู่ 1 บ้านเชียงเหียน ต.เขวา อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม



สถานที่ที่ 10 บึงบอน



          บึงบอน ตั้งอยู่ที่ ตำบลหัวขวาง ซึ่งอยู่ถัดจากวนอุทยานโกสัมพีไปประมาณ 100 เมตร บึงบอนเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ 120 ไร่ และมีถนนรอบบึงซึ่งได้รับงบพัฒนาฯ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยมีความกว้าง 5 เมตร ยาว 2,689 เมตร นับว่าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอีกแห่งหนึ่ง บึงบอนเหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดนอกจากนี้ยังเหมาะแก่การเดินหรือวิ่งออกกำลังกายในยามเช้าและยามเย็น สำหรับผู้ที่รักในการปั่นจักรยานก็สามารถนำจักรยานเข้ามาปั่นออกกำลังกายได้ทั้งในช่วงเวลาเช้าและเวลาเย็น บึงบอนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวทั้งปีเพราะเป็นสถานที่ที่มีอากาศดีและร่มรื่นเป็นอย่างมาก ตลอดสองข้างทางนักท่องเที่ยวจะได้พบกับต้นไม้น้อยใหญ่มากมาย อีกทั้งนักท่องเที่ยวจะได้ชมภาพสะท้อนของต้นไม้บนผิวน้ำในยามเย็นนับว่าเป็นภาพที่สวยงามมาก เมื่อออกไปในบึงที่มีขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตา บึงบอนจัดว่าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญของอำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เป็นสถานที่ที่ครอบครัวจะใช้เวลาร่วมกันพักผ่อน รวมทั้งเป็นสถานที่สำหรับเด็กๆวิ่งเล่นอย่างปลอดภัย บึงบอนเปรียบเหมือนปอดของชาวโกสุมพิสัย เนื่องมาจากบรรยากาศที่ร่มรื่น เหมาะสำหรับการสูดอากาศบริสุทธิ์จากต้นไม้น้อยใหญ่มากมาย ฉะนั้นหากนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสผ่านไปมาบริเวณอำเภอโกสุมพิสัยจึงไม่ควรพลาดที่จะแวะพักที่บึงบอน ถ่ายรูปเก็บความประทับใจกับบรรยากาศที่สวยงามและร่มรื่นของบึงบอนไว้

ทำไมถึงขึ้นอันดับ 1 Addmission

เรามาดูกันว่า 10 คณะที่มีผู้สนใจสมัครแอดมิสชั่นส์มากที่สุดในปี 2559 มีมีคณะไหนกันบ้าง




      จะเห็นได้ว่า คณะการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยลัยมหาสารคาม ได้อันดับที่ 1 ที่มีผู้สนใจสมัครแอดมิสชั่นส์ในปี 2559 มากที่สุดถึง 1,405 คน บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไม คณะการบัญชีและการจัดการถึงขึ้นอันดับ 1 วันนี้เรามีบทสัมภาษณ์ของคณบดีมาให้รับชมและรับฟังกันคะ



     หลังจากที่ได้ฟังบทสัมภาษณ์ของคณบดีกันแล้ว เราก็มีภาพบรรยากาศในวันสอบสัมภาษณ์ของคณะบัญชีและการจัดการมาให้ได้รับชมรับฟังกันด้วยนะคะ ไปชมกันเลยย




สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

น้องๆที่กำลังหาที่เรียน คงจะคิดไม่ตกใช่ไหมว่าจะเรียนสาขาวิชาอะไรดี ที่เรียนจบแล้วมีงานทำเลย หรือกำลังดูว่า 5 หรือ 10 อันดับที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานคืออะไรบ้าง เราจะได้เลือกเรียนถูก

วันนี้เราก้มี 10 อันดับสายงานที่เป็นที่ต้องการในทุกตำแหน่งงาน


เราจะเห็นได้ว่า สายงานที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ก็คือ งานไอที และวันนี้เราจะมาแนะนำสาขาวิชาเรียนที่เกี่ยวข้อง นั่นก็คือ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ

เรามารู้จักกับสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจกันเลยยย

สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ชื่อหลักสูตร

          หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
          Bachelor of Business Administration Program in Business Computing

ชื่อปริญญา

          ชื่อเต็ม     บริหารธุรกิจบัณฑิต (คอมพิวเตอร์ธุรกิจ)
                          Bachelor of Business Administration (Business Computing)
          ชื่อย่อ       บธ.บ. (คอมพิวเตอร์ธุรกิจ)
                           B.B.A. (Business Computing)

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559

คณะการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

คณะการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตั้งอยู่ที่ตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม (ม.ใหม่)



ประวัติ คณะการบัญชีและการจัดการ
         ในปีการศึกษา 2547 คณะฯ ได้เปิดสอนหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (4 ปี) สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ (หลักสูตรนานาชาติ) ขึ้นอีกหลักสูตรหนึ่ง พร้อมทั้งมีการปรับปรุง หลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี และหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตให้มีความทันสมัย และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และเปิดหลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต หลักสูตรการจัดการ มหาบัณฑิต หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการตลาด หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเชิงกลยุทธ์

         ในปีการศึกษา 2548 คณะฯ ได้เปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (4 ปี) สาขาวิชาการจัดการทรัพยากร มนุษย์ สาขาวิชาการจัดการการประกอบการ สาขาวิชาการบริหารการเงิน สาขาวิชาการจัดการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศธุรกิจ และหลักสูตรเศรษฐศาสตร์บัณฑิต (ศ.บ.) สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ยังเปิด ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบัญชี ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ

         ในปีการศึกษา 2549 คณะฯ ได้เปิดหลักสูตรเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต (ศ.ม.) สาขาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ

         ในปีการศึกษา 2551 คณะฯ ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรให้มีความทันสมัยเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด จำนวน 6 สาขาวิชา ได้แก่ หลักสูตรบัญชีบัณฑิต หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขา วิชาการตลาด สาขาวิชาการจัดการ สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ และสาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ (นานาชาติ) และหลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต

         ในปีการศึกษา 2553 คณะฯ ได้เปิดโครงการสอบคัดเลือกบุคคลเข้านิสิตปริญญาตรี โครงการพิเศษ ACC.BIZ.SMART เรียน 5 ปี ตรี-โท ประจำปีการศึกษา 2554 ได้แก่
หลักสูตรบัญชีบัณฑิตและหลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต (ACC-SMART)
หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (สาขาวิชาการจัดการ) และหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต (BIZ-SMART)
หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (สาขาวิชาการจัดการการประกอบการ) และหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต (CEO-SMART)
หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (สาขาวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์) และหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต (HR-SMART)
หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ) และหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต (IB-SMART)
หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ) และหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ (IT-SMART)
หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศธุรกิจ) และหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ (BIT-SMART)
หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศธุรกิจ) และหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ (ECOM-SMART)
หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (สาขาวิชาการตลาด) และหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการตลาด (MK-SMART)
หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต (สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ) และหลักสูตรเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ (ECON-SMART) และหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (สาขาวิชาการบริหารการเงิน)
หลักสูตรเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ (FM-SMART) และหลักสูตรระดับปริญญาโทภาคปกติ หลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต หลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต หลักสูตรเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต

         ในปีการศึกษา 2554 คณะฯ ได้เปิดโครงการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อนักธุรกิจรุ่นใหม่ (New.Gen) หลักสูตรบัญชีบัณฑิต หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต และหลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต ประจำปีการศึกษา 2554 ซึ่งเน้นผู้เรียนประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับการดำเนินงานด้านบริหารธุรกิจ เน้นการฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ การวางแผนกลยุทธ์ใหม่ๆ และเน้นการวิเคราะห์สถานการณ์ทางธุรกิจ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และเปิดหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการตลาด

         ในปีการศึกษา 2555 คณะฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรตามระยะเวลาที่กำหนด จำนวน 6 หลักสูตร ได้แก่ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ สาขาวิชาการบริหารการเงิน สาขาวิชาการจัดการการประกอบการ สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ สาขาวิชาการจัดการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศธุรกิจ

         ในปีการศึกษา 2556 คณะฯ ได้เปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (บธ.บ.) สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ (นานาชาติ) เรียน 4 ปี 3 ปริญญา จาก 3 ประเทศ ประจำปีการศึกษา 2556 และได้ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรตามระยะเวลาที่กำหนด จำนวน 6 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรบัญชีบัณฑิต หลักสูตรบริหาร ธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการตลาด สาขาวิชาการจัดการ สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ (นานาชาติ) หลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต

         นับจาก 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2541 จวบจนถึงปัจจุบัน คณะการบัญชีและการจัดการได้พัฒนาความก้าวหน้าทั้งทางด้านวิชาการและการบริหารจัดการองค์กรที่มุ่งเน้นการยกระดับการบริหารระบบคุณภาพทั้งระบบบริหารคุณภาพภายในประเทศและสากลมาโดยตลอด และเสริมสร้างให้บุคลากรทุกระดับเกิดความตระหนักรับรู้ ยอมรับ และพัฒนางานของตนให้มีคุณภาพมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตลอดจนปลูกจิตสำนึกเพื่อให้เกิดวัฒนธรรมมุ่งคุณภาพทั่วทั้งองค์กรอย่างยั่งยืน กว่า 15 ปี ที่ก้าวเดิน บนเส้นทางการผลิตบัณฑิต และมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบัญชีและสาขาวิชาบริหารธุรกิจ ทำให้ปัจจุบัน คณะฯ ได้ผลิตบัณฑิตเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดออกไปรับใช้สังคมในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และระดับประเทศจำนวนมาก ซึ่งบัณฑิตและมหาบัณฑิตของคณะฯ เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในวิชาชีพ การบัญชี บริหารธุรกิจ และเศรษฐศาสตร์ เป็นอย่างดี มีคุณธรรม จริยธรรมที่โดดเด่น และสามารถประยุกต์ความรู้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และช่วยเหลือ สนับสนุน และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคม และประเทศชาติทั้งทางตรงและทางอ้อม นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้ให้บริการวิชาการแก่ชุมชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานต่างๆ ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจัดตั้งศูนย์บริการวิชาการ 6 ศูนย์คือ

         กลุ่มงานที่ 1 ศูนย์เสริมสร้างศักยภาพธุรกิจ SMEs (SMEs Competence Building Center) มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดตั้งและการประกอบการ การบริหารงานของธุรกิจ ขนาดเล็ก ขนาดย่อม และขนาดกลาง การจัดองค์กรการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และส่งเสริมพัฒนาศักยภาพบุคลากร ด้านงานวิจัย การผลิตผลงานวิชาการ สู่การเผยแพร่ และการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เชิงสาธารณะ และเชิงนโยบาย ให้กับผู้ประกอบการภาครัฐและเอกชน รวมถึงการให้บริการฝึกอบรมแก่บุคคลทั่วไปและหน่วยงานต่างๆ ในประเด็นและหัวข้อทางด้านการบริหารจัดการธุรกิจ และการตลาด นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ดูแลหน่วยงานวิจัยเฉพาะทาง ในหลักสูตรต่อไปนี้ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ สาขาวิชาการจัดการการประกอบการ สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ สาขาวิชาการตลาด สาขาวิชาการบริหารการเงิน หลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชา การจัดการการตลาด สาขาวิชาการจัดการเชิงกลยุทธ์ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ และปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการตลาด

         กลุ่มงานที่ 2 ศูนย์พัฒนาวิชาชีพบัญชี (Accounting Professional Development Center) มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบัญชี และภาษีอากรโดยเฉพาะ ได้แก่ การจัดทำบัญชี การวางระบบบัญชี และการภาษีอากร และส่งเสริมพัฒนาศักยภาพบุคลากร ด้านงานวิจัย การผลิตผลงานวิชาการ สู่การเผยแพร่และการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เชิงสาธารณะ และเชิงนโยบาย ให้กับผู้ประกอบการภาครัฐและเอกชน รวมถึงการให้บริการฝึกอบรมแก่บุคคลทั่วไปและหน่วยงานต่างๆ ในประเด็นและหัวข้อทางด้านการบัญชีและภาษีอากร และการให้บริการเป็นหน่วยตรวจสอบบัญชีของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ดูแลหน่วยงานวิจัยเฉพาะทาง ในหลักสูตรต่อไปนี้ หลักสูตรบัญชีบัณฑิต หลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาการสอบบัญชีและการตรวจสอบภายใน สาขาวิชาระบบสารสนเทศทางการบัญชี และหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบัญชี

         กลุ่มงานที่ 3 ศูนย์ที่ปรึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Development and Consulting Center) มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่ การบริหารระบบคอมพิวเตอร์ การเรียนรู้ และการประยุกต์ใช้ซอฟต์แวร์ธุรกิจ และการพัฒนาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศธุรกิจ และส่งเสริมพัฒนาศักยภาพบุคลากร ด้านงานวิจัย การผลิตผลงานวิชาการ สู่การเผยแพร่และการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เชิงสาธารณะ และเชิงนโยบาย ให้กับผู้ประกอบการภาครัฐและเอกชน รวมถึงการให้บริการฝึกอบรมแก่บุคคลทั่วไปและหน่วยงานต่างๆ ในประเด็นและหัวข้อทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ และการใช้ซอฟต์แวร์ทางด้านธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ดูแลหน่วยงานวิจัยเฉพาะทาง ในหลักสูตรต่อไปนี้ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศธุรกิจ และหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีและสารสนเทศทาง

         กลุ่มงานที่ 4 ศูนย์ข้อมูลธุรกิจการเกษตรอีสาน (Northeastern Agriculture Business Data Center) มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจการเกษตร การกำหนดแนวทางและการส่งเสริมช่องทางการจัดจำหน่ายธุรกิจการเกษตร การวิจัยธุรกิจการเกษตร การส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจการเกษตร การสร้างสรรค์นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ทางด้านธุรกิจเกษตร การตลาดระหว่างประเทศ การตลาดเพื่อการส่งออกธุรกิจการเกษตร และส่งเสริมพัฒนาศักยภาพบุคลากร ด้านงานวิจัย การผลิตผลงานวิชาการ สู่การเผยแพร่และการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เชิงสาธารณะ และเชิงนโยบาย ให้กับผู้ประกอบการภาครัฐและเอกชน รวมถึงการให้บริการฝึกอบรมแก่บุคคลทั่วไปและหน่วยงานต่างๆ ในประเด็นและหัวข้อทางด้านเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ดูแลหน่วยงานวิจัยเฉพาะทาง ในหลักสูตรต่อไปนี้ หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ หลักสูตรเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต

         กลุ่มงานที่ 5 ศูนย์ศึกษาธุรกิจและเศรษฐกิจอาเซียน (Asian Economic and Business Studies Center) มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยเพื่อเพิ่ม ขีดความสามารถทางธุรกิจให้กับประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเพื่อนบ้านที่มีเขตชายแดนติดต่อกันกับประเทศไทย ส่งเสริมให้เกิดการบูรณาการ ในประเด็นทางการค้า สิ่งแวดล้อมและการพัฒนา ตลอดจนเป็นศูนย์ข้อมูลเพื่อการค้า การวิจัย การลงทุน การท่องเที่ยว และการศึกษา รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ และส่งเสริมพัฒนาศักยภาพบุคลากร ด้านงานวิจัย การผลิตผลงานวิชาการ สู่การเผยแพร่และการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เชิงสาธารณะ และเชิงนโยบาย ให้กับผู้ประกอบการภูมิภาคอาเซียนและต่างประเทศ รวมถึงการให้บริการฝึกอบรมแก่บุคคลทั่วไปและหน่วยงานต่างๆ ในประเด็นและหัวข้อทางด้านการค้าเสรีและการค้าระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ดูแลหน่วยงานวิจัยเฉพาะทาง ในหลักสูตรต่อไปนี้ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ

         กลุ่มงานที่ 6 ศูนย์ร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก (Public and Government Affairs Cooperation Center) มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก ภาครัฐและเอกชน ในการบริการวิชาการ การวิจัย การจัดกิจกรรมอบรมสัมมนาทางวิชาการ หรือการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ และส่งเสริมพัฒนาศักยภาพบุคลากร ด้านงานวิจัย การผลิตผลงานวิชาการ สู่การเผยแพร่และการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เชิงสาธารณะ และเชิงนโยบายให้กับผู้ประกอบการภาครัฐและเอกชน รวมถึงการให้บริการฝึกอบรมแก่บุคคลทั่วไปและหน่วยงานต่างๆ ในประเด็นและหัวข้องานวิจัยที่ได้รับการจัดสรรทุนอุดหนุนงานวิจัยภายนอก






Logo MBS MSU.png



คำขวัญ


          คณะการบัญชีและการจัดการ มุ่งเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม พัฒนาความรู้ความสามารถในวิชาชีพ และสร้างสรรค์วิทยาการด้านการบัญชี บริหารธุรกิจ และเศรษฐศาสตร์ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติ

ชื่ออังกฤษ

          Mahasarakham Business School, Mahasarakham University

อักษรย่อ

          MBS

ที่อยู่

          อาคารบริหารธุรกิจสิรินธร ตำบลขามเรียงอำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม44150 โทรศัพท์ 043-754321, 043-754333
ต่อ 3401, 3402 โทรสาร 043-754422

คณบดี


สีประจำคณะ


เว็บไซต์

          www.mbs.msu.ac.th


หลักสูตรการศึกษาคณะบัญชีและการจัดการ


     ปริญญาตรี
หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (บธ.บ.)
สาขาการจัดการ
สาขาการจัดการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
สาขาวิชาการตลาด
สาขากาจัดการประกอบการ
สาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์
สาขาบริหารการเงิน
สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศธุรกิจ
สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ (หลักสูตรนานาชาติ)
หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต (ศ.บ.)
สาขาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ
หลักสูตรบัญชีบัณฑิต (บช.บ.)
สาขาการบัญชี
สาขาการบัญชี (หลักสูตรภาษาอังกฤษ)
     ปริญญาโท
หลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต (บช.ม.)
สาขาบัญชี
หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (บธ.ม.)
สาขาการจัดการเชิงกลยุทธ์
สาขาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ
สาขาการจัดการการตลาด
หลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต (กจ.ม.)
สาขาการจัดการ
หลักสูตรเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต (ศ.ม.)
สาขาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ
     ปริญญาเอก
หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.)
สาขาการบัญชี
สาขาการจัดการ
สาขาการจัดการการตลาด

เรียนที่ไหนดี?? เรียนที่ไหนดี....เรียนที่นี่สิ!!!

เลือกเรียนที่ไหนดี? ควรตัดสินใจด้วยอะไร?

     น้องๆหลายๆคน คงยังลังเลว่าจะเรียนที่ไหนดี ก่อนอื่นน้องต้องทำใจให้เป็นกลาง มีสมาธิ อ่านและพิจารณาเหตุผลต่างๆเหล่านี้ เพื่อตัวของน้อง น้องๆต้องจัดลำดับความสำคัญให้เป็น


ลำดับความสำคัญ
     1.เลือกอาชีพที่เราอยากจะเป็น เพื่อที่เราจะได้เป็นในสิ่งที่เราต้องการ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
     2.เลือกในสิ่งที่ใฝ่ฝัน เพื่อที่เราจะตามความฝันของเราได้ ฝันให้สูง แล้วทำได้จริง ความมั่นใจจะเพิ่มขึ้น โดยปกติแล้ว คณะในฝันก็เป็นสิ่งที่เกินเอื้อมสำหรับใครหลายๆคน แต่หลายคนก็ทำมันได้สำเร็จ ดังนั้นก็อย่ารีรอที่จะเลือก
     3.เลือกที่ใกล้บ้าน เพื่อลดค่าใช้จ่าย ไม่สิ้นเปลืองเวลาในการเดินทาง มีความปลอดภัยสูงกว่า ผู้ปกครองก็วิตกกังวลน้อยลง
     4.เลือกจากการวิเคราะห์แนวโน้มทางอาชีพ ตลาดแรงงาน ปัจจัยทางสุขภาพ  คิดวิเคราะห์ให้ดี เรื่องสรีระร่างกาย 
     5.เลือกจากการปรึกษาผู้รู้ ผู้ปกครอง ผู้สนับสนุนทางการเรียน  สำคัญมาก เพราะเขามีประสบการณ์ที่มากกว่าเรา คำแนะนำดีๆ จะมาจากผู้รู้เสมอ
     6.เลือกจากชื่อเสียงของสาขาวิชา และสถาบันการศึกษา ซึ่งการที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ จะทำให้การเข้าทำงานง่ายขึ้น มีคอนเนคชั่นที่กว้างขวาง
     7.เลือกจากความชอบส่วนตัว ความประทับใจ แต่ละสถาบัน แต่ละสถานที่ ต่างมีแรงดึงดูด และความเป็นตัวตนที่ไม่เหมือนกัน สิ่งไหนเป็นแบบของเราก็เลือกสิ่งนั้น อยู่แล้วสบายกาย สบายใจ จะทำให้ความมุ่งมั่นในการเรียนเพิ่มขึ้น
     8.เลือกจากโอกาสที่จะเรียนจบการศึกษา คงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเรียนในสิ่งที่ชอบ แต่เรียนไม่จบ หรือไม่ประสบความสำเร็จ
     9.เลือกตามเพื่อน เลือกตามแฟน  เก็บไว้ลำดับสุดท้าย เพราะเพื่อนและแฟน เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน
     10.เลือกตามใจ เลือกจากสิ่งที่คิดว่า "ใช่" เก็บไว้เป็นตัวเลือกรองสุดท้าย เราจะรู้ว่าใช่ก็ต่อเมื่อเรียนไปแล้ว ไม่ใช่จากความคาดหวัง
     11-100.คือความคิดเห็นส่วนตัวและเหตุผลร้อยแปดต่างๆ นาๆ ของเราเอง

     รุ่นพี่ทุกคนย่อมคาดหวังว่าน้องจะเลือกเรียนในสถาบันที่เขาศึกษา สถาบันที่เขารัก  แต่ต้องไม่ลืมด้วยว่าคนเรามีพื้นฐานทางความคิดและสิ่งที่ตัวเองต้องการไม่เหมือนกัน  การตัดสินใจควรจะเป็นหน้าที่ของตัวเราเอง ที่จะได้เป็นคนที่มีจุดยืน ไม่ไหลไปตามกระแส  การให้คำแนะนำนั้นต้องให้คำแนะนำด้วยความเป็นกลาง   น้องๆ อย่าลืมว่า ไม่ว่าเรียนจบจากสถาบันไหน เมื่อจบการศึกษาออกไป ชุดครุยนั้นแขวนไว้ที่บ้าน  เราทุกคนต้องออกไปทำงานด้วยความร่วมมือกับสถาบันต่างๆอีกมากมาย  ดังนั้น สิ่งที่สำคัญจริงๆ คือการเป็นคนที่มีคุณภาพ มีทักษะ มีความซื่อสัตย์ มีน้ำใจ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี เพียงพอที่จะทำงานร่วมกับคนอื่นได้

     บางคนติดโควต้ามากมายหลายสถาบัน แต่มาตกม้าตายตรงที่ว่าไม่รู้จะเลือกเรียนมหาลัยไหน คณะอะไรหรือสาขาอะไรดี แต่ถ้าเลือกแล้วก็ต้องเตรียมความพร้อมในการทำหน้าที่เป็น นิสิต หรือ นักศึกษา ที่ดี  เพื่อพัฒนาประเทศไทยต่อไป และวันนี้ก็มีสถาบันมาแนะนำให้กับน้องๆ สถาบันนี้อาจจะเป็นสถาบันที่น้องๆ หลายคนให้ความสนใจและต้องการที่อยากจะเข้ามาศึกษา เข้ามาเป็นนิสิตที่นี่ สถาบันที่นำมาแนะนำให้กับน้องๆในวันนี้ก็คือ....มหาวิทยาลัยมหาสารคาม....








     มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตั้งอยู่ในจังหวัดมหาสารคาม เดิมเป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สามารถดำเนินการแยกเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศสำเร็จภายใต้ชื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2537 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 111 ตอนที่ 54 ก นับเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งที่ 22 ของประเทศไทย


สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

     ตราโรจนากร คือ ตราประจำมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งมีความหมายว่า สัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งมีองค์ประกอบเป็นรูปใบเสมา ภายในมีภาพขององค์พระธาตุนาดูน ด้านล่างเป็นสุริยรังสีที่แผ่ขึ้นจากผ้าลายขิตซึ่งอยู่เหนือคำขวัญภาษาบาลี โดยแต่ละส่วนของตราโรจนากรนี้ มีความหมายดังนี้


     พหูนํ ปณฺฑิโต ชีเว คือปรัชญาของมหาวิทยาลัย มีหมายความว่า ผู้มีปัญญาพึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน

          ใบเสมา หมายถึง ภูมิปัญญา
          พระธาตุนาดูน หมายถึง คุณธรรมความดี
          สุริยรังสี หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง
          ลายขิต หมายถึง ภูมิปัญญาและมรดกทางวัฒนธรรมแห่งอีสาน

     ความหมายโดยรวม คือ ความเจริญรุ่งเรืองอันเป็นผลจากความรู้และคุณธรรม ผสมผสานกับภูมิปัญญาแห่งท้องถิ่นอีสาน

    สีประจำมหาวิทยาลัย คือ สีเหลือง - เทา

          สีเหลือง หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง ความดีงาม ความอุดมสมบูรณ์
        สีเทา หมายถึง ความคิด หรือ ปัญญา


   ดังนั้น สีเหลือง - เทา จึงหมายถึง การมีปัญญาและความคิดที่ดีงาม อันนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง


วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556

แบบฝึกหัดที่ 8

บทที่ 8 การใช้สารสนเทศตามกฎหมายและจริยธรรม


1."นาย A ทำการเขียนโปรแกรมขึ้นมาโปรแกรมหนึ่งเพื่อทดลองโจมตีการทำงานของคอมพิวเตอร์สามารถใช้งานได้ โดยทำการระบุ IP-Address โปรแกรมนี้สร้างขึ้นเพื่อทดลองในงานวิจัย นาย B ที่เป็นเพื่อนสนิทของนาย A ได้นำโปรแกรมนี้ไปทดลองใช้แกล้งนางสาว C เมื่อนางสาว C ทราบเข้าก็เลยนำโปรแกรมนี้ไปใช้และส่งต่อให้เพื่อนๆ ที่รู้จักได้ทดลอง" การกระทำอย่างนี้เป็น ผิดจริยธรรมหรือผิดกฎหมายใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิด ผิดในแง่ไหน จงอธิบาย
     ตอบ เป็นการกระทำผิด เพราะโปรแกรมนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในการทดลองวิจัยเท่านั้นไม่ได้มีการเผยแพร่ให้ใช้งานจริง ขณะเดียวกันคนที่นำไปใช้คือนาย B ซึ่งไม่ได้รับความเห็นชอบของนาย A ผู้พัฒนา โดยนำไปแกล้งนางสาว C ความผิดนี้ถือเป็นการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและนำโปรแกรมในการทดลองไปใช้จริง

2."นาย J ได้ทำการสร้างโฮมเพจ เพื่อบอกว่าโลกแบบโดยมีหลักฐาน อ้างอิงจากตำราต่างๆ อีกทั้งรูปประกอบ เป็นการทำเพื่อความสนุกสนานไม่ได้ใช้ในการอ้างอิงทางวิชาการใดๆ เด็กชาย K เป็นนักเรียนในระดับประถมปลายที่ทำรายงานส่งครูเป็นการบ้านภาคฤดูร้อนโดยใช้ข้อมูลจากโฮมเพจของนาย J" การกระทำอย่างนี้เป็น ผิดจริยธรรม หรือผิดกฏหมายใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิด ผิดในแง่ไหน จงอธิบาย
     ตอบ การกระทำของนาย J ผิดจริยธรรมตรงที่ทำข้อมูลเท็จหลอกลวงผู้อื่นเป็นการกระทำผิดที่ขาดการยั้งคิดทำโดยคิดถึงแต่ความสนุกสนานของตนไม่นึกถึงผลที่ตามมาซึ่งทำให้ส่งผลกระทบต่อเด็กชาย K ที่รู้เท่าไม่ถึงการและไม่ได้มีการวิเคราะห์สารที่ได้รับมาก่อนทำให้ทำงานส่งครูไปแบบผิดๆ

แบบฝึกหัดที่ 7

บทที่ 7 ความปลอดภัยของสารสนเทศ


1.หน้าที่ของไฟร์วอลล์ (Firewall) คืออะไร
     ตอบ เป็นระบบรักษาความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์แบบหนึ่งที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งมีทั้งอุปกรณ์ Hardware และ Software โดยหน้าที่หลักๆ ของ Firewall นั้น จะทำหน้าที่ควบคุมการใช้งานระหว่าง Network ต่างๆ

2.จงอธิบายคำศัพท์ต่อไปนี้ที่เกี่ยวข้องกับไวรัสคอมพิวเตอร์ worm, virus computer, spy ware, adware มาอย่างน้อย 1 โปรแกรม
     ตอบ worm เป็นไวรัสประเภทหนึ่งที่ก่อกวนระบบสามารถทำสำเนาตัวเอง (copy) และแพร่กระจายไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ได้ ทำให้คอมพิวเตอร์ส่วนตัวและในระบบเครือข่ายเสียหาย ไวรัสวอร์มนี้ปัจจุบันมีหลากหลายมาก มีการแพร่กระจายของไวรัสได้รวดเร็วมาก

3.ไวรัสคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็นกี่ชนิด อะไรบ้าง
     ตอบ แบ่งออกได้ 2 ชนิด ได้แก่ Application viruses และ System viruses

4.ให้นิสิตอธิบายแนวทางการป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์มาอย่างน้อย 5 ข้อ
     ตอบ 1.สร้างแผ่นรีบูต emergency disk เพื่อใช้ในการกู้ระบบ
              2.ปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสทุกวันหรืออย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง
              3.เปิดใช้งาน auto protect
              4.ก่อนเปิดไฟล์จากแผ่นที่นำมาใช้จากที่อื่นให้สแกนหาไวรัสก่อน
              5.ทำการตรวจหาไวรัสทุกสัปดาห์

5.มาตรการด้านจริยธรรมคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการใช้อินเตอร์เน็ตที่เหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน ได้แก่
     ตอบ 1.กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
              2.กฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์
              3.กฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
              4.กฎหมายแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์
              5.กฎหมายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์